True love lasts forever Patch...04

posted on 16 Nov 2011 20:45 by kimmarin
 
 
 
 
 
 
 
 

Patch……………….04

 

 

 


 

 

 


 

            “ ยุนโฮจ๊ะ   มีอะไรหรือเปล่าเอ่ย ” หญิงวัยกลางคนถาม    พลางสอดส่ายสายตาไปที่ ๆ ยุนโฮกำลังมองอยู่   แต่ก็ไม่มีอะไรน่าสะดุดตาสะดุดใจ   นอกจากพนักงานในร้านแค่ 2-3 คนเท่านั้น  ยุนโฮกระพริบตาปริบๆพร้อมกับส่ายหน้าไปมาเบาๆ  ราวกับกำลังเรียกสติแล้วหันมาส่ายหน้าปฏิเสธคุณหญิง   คุณหญิงยิ้มให้พร้อมกับตักกับข้าวในจานส่งให้ชายหนุ่ม    ยุนโฮพยักหน้ารับ   ก่อนจะแอบเอี้ยวหน้ากลับไปมองตำแหน่งที่คนผิวขาวๆเมื่อครู่นี้ยืนอยู่    แต่การหันกลับไปครั้งนี้   ยุนโฮกลับไม่พบอะไรซะแล้ว

 

 

ณ หลังร้าน KIMSARANG

 

 

            “ นั่นมันอะไรกันนะ ” จียงที่เพิ่งลากแจจุงเข้ามาในหลังร้าน  หันไปถามแจจุง  ทั้งๆที่รู้ว่าแจจุงเองก็คงจะไม่รู้คำตอบที่เขาต้องการเหมือนกัน

            “ ไม่รู้ซิ ” แจจุงตอบ  และนั่นก็เป็นคำตอบที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว   ก็แน่ล่ะถ้าแจจุงรู้จักชายคนนั้นก็แปลกแหล่ะ แล้วอยู่ดีๆทำไมผู้ช่ายคนนั้นถึงต้องจ้องมาที่แจจุงขนาดนั้นด้วยน่ะ   ก็เมื่อกี้นี้ตอนที่จุนซูพยายามลากทั้งจียงและแจจุงออกไปดูคนที่เป็นคู่ดูตัวกันนั้น   อยู่ดีๆคู่ดูตัวฝ่ายชายก็หันมาจ้องแจจุงตาไม่กระพริบเลย   แถมยังจ้องนานซะจนแจจุงเองก็เผลอจ้องตอบนานเหมือนกันอีกต่างหาก   จียงที่กำลังมองทั้งคู่สลับไปมาด้วยความสงสัยว่าทั้งคู่รู้จักกันหรือเปล่านั้น  ก็เผลอไปเห็นว่าหญิงสาวคู่ดูตัวของฝ่ายนั้นก็มองมาพอดี  ด้วยสัญชาตญาณทำให้จียงรีบลากแจจุงเข้ามาหลังร้านก่อนอย่างที่เห็น

            “ นายรู้จักเขาเหรอ ” จียงจับเพื่อนรักนั่งลง ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้า  ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียด

            “ จำไม่เห็นได้เลยว่าเคยรู้จักเขาด้วย......จียง   ฉันแน่ใจว่าไม่รู้จักเขานะ ” แจจุงทบทวนอย่างหนัก   ก่อนจะย้ำความมั่นใจของตัวเองออกไปในประโยคข้างท้าย  จียงพยักหน้าก่อนจะปล่อยให้เพื่อนรักนั่งสบายๆ

            “ ก็แล้วไป   เราอาจจะคิดไปเองก็ได้   บางทีเขาอาจจะไม่ได้มองนายก็ได้มั้ง ” จียงบอก  แจจุงพยักหน้ารับไปอย่างนั้นทั้งๆที่ยังไม่หายสงสัย  และไม่อยากจะย้ำความมั่นใจของตัวเองออกไปให้จียงคิดมากด้วยว่า  แจจุงมั่นใจเกือบจะ 100 % ว่าผู้ชายคนนั้นจ้องเขาอย่างแน่นอน

            “ งั้น...ก็ไปพักผ่อนเหอะ  เดี๋ยวทางนี้ฉันจะจัดการเอง ” แจจุงเงยหน้ารับคำ  ก่อนจะเดินขึ้นบันไดวนไป  โดยที่มือข้างซ้ายเลื่อนไปกำที่ลูกแก้วทั้ง 3 ใบที่ยังไม่ได้เปิดอ่านไว้แน่น

 

 

 

 

 


 

ภายในร้าน KIMSARANG

 

            “ เจส  แกจะเอายังวะ ” ยุนโฮสะกิดเพื่อนสาวยิกๆ  ในจังหวะที่ผู้ใหญ่ทั้งสองมัวแต่ดูนิตยสาร   เกี่ยวกับสถานที่จัดงานแต่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้นได้

            “ เออๆ   ตอนนี้แหล่ะ ” หญิงสาวตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อน   ก่อนจะหันไปที่คนเป็นพ่อและแม่ของตัวเอง
            “ แม่ค่ะ  พ่อค่ะ ”

            “ ว่าไงลูก ”

            “ พ่อกับแม่เลิกดูเถอะค่ะ  งานแต่งระหว่างหนูกับยุนโฮไม่มีวันเกิดขึ้นหรอกค่ะ ” เจสสิก้ายืนขึ้น  ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำหนักแน่น

            “ เอ่อ.....ตายุนโฮจ๊ะ   ยัยหนูสงสัยจะเพี้ยน   นี่ยัยหนูเราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอลูก ” คุณผู้หญิงคงกลัวยุนโฮจะเข้าใจผิดจึงรีบหันมาบอกยุนโฮ  ก่อนที่จะตัวเองจะหันไปปรามลูกสาว

            “ รู้เรื่องที่แม่ว่า  คือให้หนูต้องแต่งงานกับยุนโฮ   ทั้งๆที่แม่ก็รู้ว่าหนูกับยุนโฮ....เฮ้ย!  ไอ้ยุนโฮนั่นแหล่ะ   มันสนิทกับหนูตั้งแต่เด็ก   แล้วคนเป็นเพื่อนกันอย่างมันกับหนูจะแต่งงานกันได้ยังไงค่ะแม่ ” ท่าทางของเจสสิก้าที่ออกแนวต่อต้านอย่างต็มที่  ทำให้ทั้งคุณหญิง คุณท่าน หรือแม้กระทั่งฉวนฉวนเองก็อดที่จะตกใจไม่ได้     แถมตอนนี้ยุนโฮก็ลุกขึ้นอีกคนแล้ว

            “ ผมก็เห็นด้วยกับยัยเจสครับ   เราสองคนเป็นเพื่อนกันมากกว่าจะเป็นอย่างอื่นได้แล้วล่ะครับ  ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ ” ยุนโฮหมุนตัวกลับพร้อมๆกับเจสสิก้า   ทว่าการ์ดของคุณท่านก็ขวางทั้งคู่ไว้ซะก่อน   แทคยอนยืนขวางคนทั้งคู่ไว้อีกต่อ

            “ ถ้าวันนี้ลูกทั้งสองยังไม่ตกลงแต่งงานกัน  เห็นทีว่าพ่อกับแม่คงปล่อยทั้งลูกและตายุนโฮ  ออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ” คุณท่านพูด  


            “ เฮ้ย!!!!  เอาแล้วไงชางมิน   นายมาดูดิเราจะทำยังไงดีเนี่ย ” จุนซูที่สังเกตุการณ์อยู่นานร้องเรียกชางมินซะเสียงดังลั่นอออจนจียงที่เพิ่งแยกกับแจจุงมาต้องรีบเดินมาดู

            “ มีอะไรเหรอจุนซู ชางมิน ” จียงถาม  พลางมองออกไปที่กลางร้านด้วย  ก็พอดีกับที่ยุนอากับยูริเดินมาที่ห้องกระจกเล็กที่จุนซู ชางมิน และจียงอยู่

            “ เกิดเรื่องแล้วพี่จียง คู่หมั้นเค้าไม่ยอมหมั้นกันอ่ะ   และดูท่าว่าผู้ใหญ่จะไม่ยอมด้วย  ไม่รู้เขาจะยิงกันหรือเปล่าเนอะ ” ยุนอาว่าตื่นๆ  แต่ทว่าสายตายังครงจ้องไปที่บอดี้การ์ดหนุ่มคนเดิมที่จ้องมาตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้านแล้ว   ยิ่งตอนนี้บอดี้การ์ดหนุ่มคนนั้นเอาตัวเองป้องเจ้านายทั้งสองไว้แบบนั้น  ยิ่งทำให้ยุนอาปลื้มชายหนุ่มเข้าไปใหญ่  ยูริที่รู้ใจเพื่อนสนิทของตัวเองดี  อดที่อมยิ้มออกมาไม่ได้

            “ สองคนนั้นเป็นลูกเป็นหลานคงไม่น่าจะยิงกันหรอก   แต่ดูๆกันไปก่อนล่ะกัน ” จียงว่าก่อนจะหันกลับไปมองยังลูกค้าพิเศษตรงกลางร้านอีกครั้ง


 

 

 

            “ ถ้าคุณลุงกับคุณป้าไม่ยอมเข้าใจ  เห็นทีผมคงต้องใช้วิธีของผมแล้วมั้งครับ ” ยุนโฮหันไปพยักหน้าให้เจสสิก้า  หญิงสาวพยักตอบก่อนจะยกมือขึ้นผิวปากเบาๆ  ทันใดนั้นไฟฟ้าก็เกิดดับสนิททั่วทั้งร้าน   ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจ  ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก  มีเสียงคนวิ่ง  ประตูเปิด  แสงไฟจากแสงจันทร์ส่องเข้ามาได้  มีเสียงผู้หญิงร้องก่อนที่ไฟจะติดขึ้นมาอีกครั้ง  ทุกคนกวาดตาไปรอบๆก่อนผู้ชายที่ชื่อฉวนฉวนจะตะโกนออกมาดังลั่น

            “ คุณหนูกับคุณยุนโฮหายไปแล้วครับ ”

            “ ออกไปตามหาให้หมดทุกคน  ฉวนฉวนจัดการค่าอาหารด้วย ” คุณหญิงกับคุณท่านออกปากสั่งก่อนจะรีบร้อนออกจากร้านไป  ฉวนฉวนเดินไปที่ห้องกระจกเล็กที่ยังคงมียุนอาและยูริที่ยืนสติแตกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเร็วเกินไป  รวมทั้งจุนซู จียง และชางมินที่ก็ตกใจพอกันแต่ยังน้อยกว่าทั้งยูริและยุนอา

            “ เช็คบิลด้วยน้อง ” ฉวนฉวนบอก   พลางยิ้มสมุดเช็คขึ้นมา

            “ 5 หมื่นวอนครับ ” ชางมินที่คิดค่าอาหารไว้ตั้งแต่แรกยื่นบิลให้  ก่อนจะรับเงินมาพร้อมๆกับที่ผู้ชายคนนั้นจะออกจากร้านไปทันที    ทุกคนออกไปจากร้านหมดแล้ว จุนซูกับชางมินรีบไปช่วยกันปิดประตูใหญ่หน้าร้านทันที  ก่อนทั้งคู่จะเดินกลับมาสมทบกับยุนอาและยูริที่ยังคงตกใจไม่หาย  ทั้งหมดไปยืนรวมกันที่กลางร้าน  ก่อนที่จียงจะเป็นคนตะโกนเรียกให้อีก 2 คนที่ไม่ได้ออกไปกับกลุ่ม  แต่กลับใช้ช่วงชุลมุนเมื่อครู่วิ่งเข้ามาหลบอยู่ใต้โต๊ะในห้องกระจกเล็กออกมาแทน

            “ คุณ 2 คนออกมาได้แล้วครับ ” ทันทีที่จียงพูดจบ  ยุนโฮกับเจสสิก้าก็ค่อยๆคลานออกมาจากใต้โต๊ะ  แล้วออกมายืนยิ้มอยู่ต่อหน้าทุกคนเรียบร้อยแล้ว

            “ คือ....ฉันขอบคุณจริงๆนะค่ะ ” เจสสิก้าเอ่ยก่อนจะโน้มตัวลง  โดยมียุนโฮโน้มตาม   พาลเอาทุกคนต้องโค้งรับกลับอย่างรวดเร็ว

            “ ผม...ก็ขอบคุณเหมือนกันครับ ” ยุนโฮว่า  แต่สายตากลับพยายามค้นหาบางคนที่น่าจะอยู่รวมๆกับกลุ่มคนที่เพิ่งช่วยเหลือเขา   ใครคนนั้น...ที่สว่างๆ...ไปไหนแล้ว

            “ เอาเป็นว่าเราช่วยคุณแล้วกัน....แต่คุณควรจะออกจากร้านนี้ให้เร็วที่สุด  เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่คุณรู้แล้วกลับมาอาละวาดที่ร้านนี้ล่ะก็   อย่างน้อยก็สงสารเจ้าของร้านที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยก็แล้วกัน   เราไม่อยากยุ่งกับคนไฮโซอย่างพวกคุณมากนัก ” จียงพูดตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อม   พาลเอาเจสสิก้าถึงกับเกรงใจจนถึงกับพูดไม่ถูก   ผิดกับยุนโฮที่ยังคงสอดส่ายสายตามองหาคนอีกคนไม่เลิก

            “ ขอโทษจริงๆค่ะ....อ้าว!แทคยอน ” เจสสิก้าก้มหัวอีกครั้ง  แต่พอเงยหน้ามาพบกับบอดี้การ์ดคู่ใจของเพื่อนสนิทก็ถึงกับอุทานออกมาดังลั่น  พาลเอาคนที่ยืนอยู่ทุกคนมองตาม

            “ ยูริ...คุณคนนั้นนี่ ” ยุนอาสะกิดยูริเบาๆที่เห็นแทคยอนเดินเข้ามาในร้าน  ซึ่งยูริต้องคอยปรามๆไม่ให้ยุนอาทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป

            “ ผมมารับคุณชายไปสนามบินครับ  เราคงไปไม่ทันรอบ 1 ทุ่มแล้ว  ผมเปลี่ยนเที่ยวบินให้คุณชายเป็น ตี 1 แล้ว  ซึ่งคุณท๊อปทราบเรื่องนี้แล้วครับ  ส่วนเรื่องคุณพ่อและคุณแม่ของคุณเจสสิก้านั่น  คุณหญิงใหญ่ท่านโทรคุยให้เรียบร้อยแล้วครับ ” แทคยอนรายงานทุกอย่างให้ผู้เป็นนายฟังทันทีที่มาถึง   ยุนโฮกับเจสสิก้าพยักหน้ารับ

            “ คุณย่าแกมาทันเวลาจริงๆเลย   ขอบคุณท่านจริงๆ ” เจสสิก้าเอ่ย  ซึ่งยุนโฮก็พยักหน้ารับ

            “ งั้น...แทคยอน  นายไปส่งยัยเจสก่อนล่ะกัน  แล้วค่อยกลับมารับฉันทีหลัง ตอนนี้อีก 15 นาทีมันจะ 1 ทุ่มแล้ว  เหลือเวลาอีกมากกว่าจะถึงรอบบิน  ยังไงก้ไปส่งยัยเจสให้ถึงบ้านล่ะกัน  ฝากบอกพ่อแม่แกด้วยนะเว้ยเจส...ว่าฉันขอโทษ ” ยุนโฮตบบ่าเจสสิก้าเบาๆ  ก่อนจะผลักให้เพื่อนเดินตามแทคยอนออกไป  เจสสิก้าพยักหน้ารับ  ก่อนจะเดินตามออกไป

            “ หวังว่าฉันคงไม่ต้องมาดูตัวกับแกอีกหรอกนะเว้ย ” ยุนโฮพูดไล่หลัง   ซึ่งเจสสิก้าก็หันมาแลบลิ้นใส่ทันที

            “ ฉันก็หวังแบบเดียวกับแกนั่นแหล่ะ   โชคดีเว้ยเพื่อน ” ยุนโฮยืนส่งจนรถของเขาที่แทคยอนขับไปส่งเจสสิก้า  หายลับออกจากอับกูจองไป   ชายหนุ่มเดินออกมานอกตัวร้าน   ก่อนจะเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ใต้ต้นซากุระต้นใหญ่หน้าร้าน KIMSARANG เพื่อรอแทคยอนกลับมารับ   จุนซูที่ยืนฟังการสนทนาทั้งหมด  รอจนคนทั้งสามออกไปก่อนจะเดินไปปิดประตูลงทันที  ดดยมียุนโฮนั่งมองประตูร้านที่ดับไฟสนิทพร้มกับคิดถึงคนที่ยังติดตาเขาจนถึงตอนนี้...คนสวยผิวขาวคนนั้น

 

----------------------------------

 

 

            “ เนื้อคู่ของคุณจะมีอุปนิสัยใจร้อน ห้าวหาญ มุทะลุ เอาแต่ใจ และกล้าได้กล้าเสีย เป็นคนขี้หวง และรักสิ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของมาก  เพราะฉะนั้นเนื้อคู่ของคุณจึงถือเป็นบุคคลอันตราย  เนื่องจากเขาไม่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับคนที่เขาเป็นเจ้าของได้เลย   ดังนั้นจึงไม่แปลกหากเขาจะค่อนข้างหวงคุณ และหึงคุณไปซักนิด  เพราะนั้นเป็นอุปนิทานของเขาว่าเขาเป็นคนรักเดียวใจเดียวมากๆ  และเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนใจไปจากคุณ....ว้าว ” แจจุงอ่านกระดาษแผ่นเล็กจนจบ  ก่อนจะหันไปยิ้มให้จียงและจุนซูที่นั่งมองยิ้มๆอยู่ข้างๆ

            “ สุดยอดเลยอ่ะแจจุง  เนื้อคู่นายเจ๋งมาก ” จียงว่า

            “ นั่นดิทั้งขี้หึง ทั้งรักเดียวใจเดียว  ไม่เพอร์เฟคไปหน่อยเหรอเนี่ย ” จุนซูว่าตาม  ก่อนจะเริ่มเล่นลูกแก้วในมือทั้งสามสีไปมาอย่างต้องการที่จะอ่านของตัวเองบ้าง    หลังจากปิดร้านและจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว   ชางมินก็ถูกแจจุง จียง และจุนซูบังคับให้ไปส่งทั้งยูริและยุนอาที่ห้องพัก  ดังนั้นระหว่างรอไปเปิดประตูให้ชางมิน  ทั้งสามจึงได้มารวมตัวนั่งอ่านคำทำนายลูกแก้วที่อ่านค้างไว้จากเมื่อตอนหัวค่ำ  หลังจากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้านล่างให้แจจุงฟังหมดแล้ว

            “ ไม่ใช่ว่าจะดีอย่างเดียวหรอก  เห็นหรือเปล่าว่าเขาเป็นคนใจร้อนและเอาแต่ใจด้วย   ถ้าคำทำนายนี่ตรงน่ะ   ฉันยังนึกลักษณะของผู้หญิงคนนี้ที่จะมาเป็นเนื้อคู่ฉันไม่ออกเลยจริงๆ...โอ้ย! เจ็บนะจียง ” ร่างบางส่ายหัวแด๊กๆอย่างคิดไม่ออกจริงๆถึงลักษณะของเนื้อคู่ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อจียงเอื้อมมือมาหยิกต้นแขนเขาแรงๆหนึ่งที

            “ ก็ดี....จะได้รู้ว่านายไม่ได้ฝัน....หน้าอย่างนี้  หุ่นอย่างนี้ นิสัยอย่างนี้  แล้วก็ผิวแบบนี้ นายยังคิดว่านายจะได้เนื้อคู่เป็นผู้หญิงหรือไง   พวกผู้หญิงเห็นนายมีแต่หนีไม่อยากเทียบรัศมี  ส่วนไอ้พวกที่วิ่งเข้าหานะ  ฉันเห็นแต่ไอ้พวกที่มันมีแบบเดียวกับแกทั้งนั้น ”

            “ จียงอ่าาาาาา ” แจจุงเรียกชื่อเพื่อนเขินๆ  ก่อนจะโดนจุนซูที่ตอนนี้ลงไปนอนเท้าคางกับพื้นๆตัดหน้า 

            “ เอาน่าๆ  เรื่องนี้เป็นเรื่องอนาคตว่าแต่อ่านของนายเร็ว  จียง ” จียงส่ายหัวให้แจจุงที่ยังส่งเสียงง้องแง้ง งุ้งงิ้งประท้วงจุนซูอยู่เบาๆ  ก่อนจะเริ่มหันมาอ่านกระดาษที่เพิ่งแกะออกมาจากลูกแก้วสีน้ำเงินแบบเดียวกับของแจจุง

            “ เนื้อคู่ของคุณเป็นคนเจ้าเลห์ รู้จักหักมุม ชอบวางแผน ดังนั้นไม่ว่าคนๆนี้จะทำอะไรมักจะเป็นเรื่องราวที่เขาคิดๆไว้ก่อนทำเสมอๆ   คนๆนี้จึงดูเป็นคนเฉลียวฉลาดสำหรับบุคคลทั่วไป  แต่เขากับกลัวที่จะรักยิ่งกว่าอะไร.....มีงี้ด้วย   ฉลาด มีหลักหาร แต่ไม่กล้ารัก ฉันควรจะดีใจมั้ยเนี่ย ” จียงว่า  ก่อนจะพลิกกระดาษในมือไปมาและยัดมันกลับเข้าไปในลูกแก้วสีน้ำเงินใบเดิม  ก่อนจะคว้าปากกาเมจิกมาเขียนชื่อตัวเองไว้

            “ ดูอัจฉริยะล่ะซิใช่ป่ะ... ” แจจุงออกความเห็น  พลางเหล่มองจียงที่กำลังเขียนชื่อตัวเองลงบนลูกแก้วด้วยความสงสัย

            “ แต่แบบชางมินก็ไม่ไหวนะ...หรือเนื้อคู่นายจะเป็น...โอ้ย!!!! ” จุนซูเว้นให้ทั้งแจจุงและจียงคิด  ก่อนจะโดนแจจุงใช้หมอนฟาดใส่แบบเบาๆ

            “ อย่ามาบ้าน่าจุนซู...มีคนอัจฉริยะอยู่บนโลกใบนี้หรือที่ประเทศเกาหลีใต้แค่ชางมินคนเดียวหรือไง ” แจจุงว่าก่อนจะคว้าปากกาเมจิที่จียงวางไว้มาเขียนบนลูกแก้วตัวเองบ้าง

            “ อีกอย่างจะบอกว่าฉันกับชางมิน   ไม่ได้มีสปีชีส์เดียวกันเลยนะจะบอกให้ ” จียงว่าก่อนจะหยิบลูกแก้วของจุนซูขึ้นมายื่นให้ตัวจุนซูเองบ้างพลางยักคิ้วให้  จุนซูเงยหน้ามองจียงก่อนจะหันไปมองแจจุง

            “ ตานายแล้ว...จุนซู ” แจจุงยักคิ้วให้เพื่อนสนิท   แล้วก็เริ่มลงไปนอนเท้าคางแบบจุนซูบ้าง   อีกทั้งยังเอาลูกแก้วทั้งสามสีที่เขียนชื่อตัวเองไว้บนนั้นแล้วมาวางไว้ตรงหน้าด้วย  จุนซูหยิบลูกแก้วจากจียงไปแล้วแกะเอากระดาษออกมาอ่านให้เพื่อนทั้งสองฟัง

            “ เนื้อคู่ของคุณเป็นคนสนุกสนานเฮฮา  เขาไม่ยึดติดกับอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องเครียดหรือเรื่องทุกข์  เพราะฉะนั้นบางทีเขาอาจจะมองข้ามเรื่องๆที่น่าปวดหัวของคนอื่นไปเป็นเรื่องเล็ก  และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุให้หลายคนมองเขาเป็นคนไม่มีสาระ แต่เขาจะเห็นทุกเรื่องของคนที่เขารักมีสาระเสมอ ”

            “ สมกับจุนซูที่สุด ” แจจุงยักคิ้ว

            “ คำทำนายนี่แม่นกับจุนซูมาก ” จียงเหล่ตาใส่  ก่อนทั้งจียงและแจจุงจะโดนจุนซูค้อนใส่

            “ ทำเป็นล้อไปเหอะ  เดี๋ยวเขาเจอก่อนนาย 2 คนแล้วจะหัวเราะให้ ”

            “ งั้นต่อที่ลูกสีแดงเหอะ....คราวนี้ฉันก่อนล่ะกัน ” จียงว่าก่อนจะหยิบลูกสีแดงของตัวเองขึ้นโชว์  ตามด้วยแจจุง และจุนซูที่เพิ่งสังเกตว่าลูกแก้วของตัวเองยังไม่ได้เขียนชื่อเลย   จุนซูจึงรีบคว้าปากกาที่แจจุงวางไว้มาเขียนบ้าง

            “ ผอมสูง ผิวสองสี ตาโตแต่ไม่กลม และเสน่ห์เหลือร้าย....ยี้! คำทำนายงี่เง่า ” จียงร้องลั่นก่อนจะพับๆกระดาษในมือกับลงลูกแก้วสีแดงตามเดิม

            “ เป็นไรอ่ะจียง ” จุนซูถาม

            “ นั่นดิ  ฟังดูดีออก ” แจจุงเสริม

            “ นี่...นายสองคนไม่เลี่ยนหรือไง  อะไรมันจะโชคดีให้ฉันได้เจอคนเพอร์เฟคขนาดนั้น ” จียงส่ายหัวอย่างไม่เชื่อ  ก่อนจะจัดการโกยลูกแก้วทั้งสามที่กลิ้งไปกลิ้งมา  มาอยู่ตรงหน้าตัก

            “ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะแก ” แจจุงว่าแล้วโยนลูกบอลสีแดงของจุนซูโยนให้จุนซูเปิดอ่านต่อ

            “ งั้นของฉันบ้างล่ะกัน...อืม คนๆนั้นเป็นคนผิวนวลๆผอมกว่าคุณแต่ก็สูงและแข็งแรงกว่าคุณ มียิ้มหวานๆ  กับหน้าผากกว้างๆเป็นเอกลักษณ์...อ่า!!!!!!   แจจุง!!!!!!  จียง!!!!! ” จุนซูเอ็ดลั่นใส่สองเพื่อนรักด้วยใบหน้าติดงอน  ที่พอเขาอ่านมาถึง หน้าผากกว้างๆ ทั้งจียงและแจจุงก็กลับล้มตัวไปปิดปากหัวเราะใส่เขาซะงั้น   จุนซูได้แต่คิดในใจว่า  นี่ถ้าสองคนนี้ไม่เห็นว่าเขาเป็นเพื่อนล่ะก็ จุนซูว่าทั้งจียงและแจจุงต้องลงไปกุมท้องหัวเราะงอหายใส่เขาแหงๆ

            “ โอ๋ๆๆๆๆ   ล้อเล่นน้า...มาฟังของฉันบ้างดีกว่า หึๆ เอาล่ะนะ.....อืม  คนๆนั้นเป็นคนสูงกว่าคุณพอสมควร เป็นคนรูปร่างสันทัด ผิวสีแทน และตาเรียวเล็ก.............  ” แจจุงขมวดคิ้วอยู่นานหลังจากอ่านของตัวเองจบ  จียงกับจุนซูมองกัน  ก่อนจะพากันเรียกแจจุงให้ได้สติ

            “ แจจุง/แจจุง ” แจจุงสะดุ้งโหยง แล้วจึงขานรับ

            “ อะไร...เสียงดังทำไมเนี่ย ”

            “ แล้วเงียบทำไมล่ะ ” จุนซูว่า

            “ ก็แค่สงสัยอ่ะ ”

            “ ว่าอะไร? ” จียงถาม

            “ ฉัน... ” แจจุงชี้ที่ตัวเอง  “ สงสัยว่า...ลักษณะเนื้อคู่เราสามคนออกแนวไปทาง   เอิ่ม...ผู้ชายเกินไปป่าวเนี่ย ”

            “ เฮ้ย!!!! ” จียงร้อง

            “ ก็คือ...นี่เดี๋ยวก่อนนะ   คืออย่างของฉันเนี่ย  สูงกว่าฉันและรูปร่างสันทัด  เฮ้ย! ผู้หญิงสูงกว่าและรูปร่างสันทัด....มันจะไม่ใช่เกินไปนะ   ” ชี้ไปที่จียง  “ แล้วของแก...เสน่ห์เหลือร้าย  มันใช้สำหรับผู้หญิงหรือไง  อย่างผูู้หญิงนะเขาน่าจะใช้คำว่าเสน่ห์แรง  หรืออะไรซักอย่าง  แล้วแก... ” ชี้ไปที่จุนซู  “ ...ถึงจะผอมกว่าคุณแต่ก็แข็งแรงและสูงกว่าคุณ....เฮ้ย !  นี่มันใช่ลักษณะของผู้หญิงหรือไงกันเล่า ” แจจุงว่าก่อนจะรวบคอเพื่อนทั้งสองคนให้มาสุมหัวกัน  ทั้งสามมองหน้ากัน  ก้มหน้าคิด  กลับมามองหน้ากัน  ส่ายหัวให้กัน  ก่อนจะถอยออกมานั่งคิดกันอีกรอบ   มันจริงอย่างที่แจจุงคิดไว้ไม่ผิดเพี้ยน  มันไม่ใช่ลักษณะของผู้หญิงจริงๆด้วย   อันที่จริงก็สงสัยตั้งแต่นิสัยแล้ว  แต่มันเพิ่งจะมาชัดเจนต้องรูปลักษณ์เนี่ยแหล่ะ   ทั้งสามคิดไปก็เขินไปที่แค่คิดเล่นๆว่าต้องเป็นฝ่ายอยู่ล่างก็....อ้ายยยยยย.....จี/แจ/จุน  อยากจะบ้า

            “ แหม...แกก็ช่างจินตนาการและสังเกตนะแจจุง  แต่...เอ่อ...มันจะเป็นยังงั้นไปได้อย่างไงกัน    ยังไงก็....อืม....อ่านต่อเถอะ ” จียงรีบๆเปลี่ยนเรื่องไปเพราะไม่อยากจะนั่งคิดอะไรอีก  (ทั้งๆที่อันที่จริง    คิดไปถึงเรื่องอยู่บนอยู่ล่างแล้วด้วยซ้ำ)

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

*คิดถึงทั้ง 5 มากครับ  สำหรับพาร์ทนี้

จะต่อเรื่อยๆนะค่ั  เพราะมหาลัยยังจะปิดอีกนาน  เหอๆๆๆๆๆ

Comment

Comment:

Tweet

มาต่อไวไวนะค่ะ

รอมานานแล้วอ่ะ

ลุ้นมากยังไม่เจอกันเลยอ่ะ

#5 By gift5530 on 2011-11-18 22:48

ไปดูที่ไหนอ่ะ
อยากตามไปดูด้วยแม่นมาก อิอิ

#4 By Mint (103.1.166.199) on 2011-11-18 07:43

ไม่มีไรมาก แค่จาบอกว่า hnay กับ hnai นี่คนเดียวกันนะคะ พอดีไปเป็นเด็ก กรุงเทพฯ มา 3 ปี กลับมาก็เปลี่ยนเครื่องคอมฯ อีก confused smile
จะเป็นกำลังใจให้นะคะ

#3 By hnay (182.53.71.1) on 2011-11-18 00:37

5555555555555555555
ตลกมากกกกกก
เป็นคำทำนายที่ละเีอียดจริงๆ
บุคคลอันตราย...หัวเถิกๆ...
รออ่านตอนต่อไปนะคะ ^^Y

#2 By mintxiah (124.120.56.146) on 2011-11-17 11:41

กร๊ากกกกก สนุกและฮา กับลูกแก้วทำนายมากมาย
ไรเตอร์ช่างคิดอ่ะ เรื่องนี้น่าติดตามและไม่เครียด
ชอบมากเลยค่า แล้วมาอัพ เร็ว ๆ นะคะ

#1 By hnay (182.53.75.230) on 2011-11-16 23:25