True love lasts forever Patch...05
posted on 19 Nov 2011 23:23 by kimmarin
///เฮ้ย! ฉันก็บอกว่าขอโทษแล้ว จะเอาไงวะ///
ในขณะที่จียง แจจุง และจุนซูกำลังพยายามลืมเรื่องที่แจจุงเริ่มไว้ แล้วหันกลับมาอ่านลูกแก้วสีเหลืองที่จะบอกช่วงระยะเวลาที่จะเจอเนื้อคู่ของตนนั้น เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังมาจากนอกหน้าต่าง
“ จุ๊ๆๆ ” จุนซูจุ๊ปากใส่เพื่อนทั้งสอง ซึ่งแจจุงและจียงก็รีบจุ๊ปากตามจุนซูโดยอัตโนมัติ ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบ
///เฮ้ย!!!!มาคนเดียวแล้วยังซ่าส์อีกนะ แม่ง...จัดการสั่งสอนมันหน่อยดิ///
สิ้นประโยคทั้งแจจุง จียง และจุนซูก็ลุกพรวดไปอยู่ที่หน้าต่าง ดวงตาใสซื่อทั้งสามค่อยๆโผล่พ้นขอบหน้าต่างออกไปเรื่อยๆจนกระทั่งภาพผู้ชาย 4 คนกำลังรุมผู้ชายอีก 1 คนที่ตอนนี้ลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้วก็ปรากฎขึ้นตรงหน้า
“ นั่นมัน ตาคู่ดูตัวฝ่ายชายนี่ ” จียงร้องพลางมองชายหนุ่มที่แม้จะไม่เห็นหน้าชัดนัก แต่จากเสื้อผ้าและตำแหน่งที่กำลังมีเรื่องนั้นมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเป็นผู้ชายคนนั้นไม่ผิดแน่ แจจุงมองภาพที่ผู้ชายคนที่นอนอยู่ โดนแตะเข้าที่หน้าท้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นไปคว้าปืนที่ลิ้นชักหัวนอน พาลเอาทั้งจียงและจุนซูแทบตั้งตัวไม่ทัน
“ แจจุง....นายจะไปไหน ” จียงถาม แจจุงหยุดคิดเพียงวินาที ถึงเหตุผลที่จะต้องตอบกับจียง แต่ทว่ายังไม่ทันได้ประมวลอะไรด้วยซ้ำ แจจุงก็โพล่งออกไปซะแล้ว
“ คือ...เราต้องช่วยเค้านะจียง...จุนซู ” แจจุงลดระดับเสียงลงในท้ายประโยคก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสองราวขออนุญาติ ในขณะที่มือยังคงกำปืนไว้แน่น “ เค้าต้องตายแน่ๆนะ แล้วเราจะทนเห็นใครตายต่อหน้าต่อตาได้ยังไง ” แจจุงบอกก่อนจะรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง จียงกับจุนซูหันมามองหน้ากัน ก่อนจะเป็นจียงที่ไวกว่าด้วยการคว้าโทรศัพท์คู่ตัวมากดโทรหมายเลขฉุกเฉิน พร้อมกับให้อีกมือที่ว่างอยู่ล้วงเข้าไปหยิบปืนของตัวเองที่ใต้เตียง เช่นเดียวกันกับจุนซู
“ แจ้งเหตุฉุกเฉิน ด่วนครับ....... ”
![]()
“ แม่ง กูนึกว่าจะแน่ เห็นปากเก่งเหลือเกิน ที่แท้ก็เก่งแต่ปาก ” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้าเอาเท้าเขี่ยๆยุนโฮที่เป็นล้มอยู่ตรงหน้าแรงๆ จนยุนโฮพลิกตัวกลับมานอนหงาย
“ กูเก่งกว่าพวกมึง...อึก...หลายเท่านัก...แค่กๆ...อึก!...อย่างน้อยกูก็ไม่หมาหมู่อย่างพวก...ฮึก!...มึง ” แม้ว่ายุนโฮจะปวดระบมไปทั่วทั้งกาย แต่ทว่าศักดิ์ศรียังคงมีเปี่ยมล้น อันที่จริงเค้าไม่น่าจะต้องมานอนกุมท้องกับพื้นแบบนี้ด้วยซ้ำ ถ้าอยู่ดีๆไอ้พวกขี้เมาทั้ง 4 คนนี้ไม่มาเดินผ่านเขา แล้วเกิดหมั่นไส้เขาขึ้นมาละมั้ง อยู่ดีๆถึงได้มาบอกให้เขาไปขอโทษมันที่บังอาจมองหน้าพวกมัน เพราะเหตุผลงี่เง่าของพวกมันทำให้ยุนโฮไม่ยอมทำตาม พวกมันจึงเข้ามารุมเขาอย่างที่เห็น
“ ปากดีอีกแล้วนะมึง....เฮ้ย! จัดการ ” สิ้นเสียงยุนโฮก็รีบก้มหน้าหลบทันที เขารู้สึกถึงแรงกระแทกลงมาตามตัวเขาหลายที่ สติของเขาเริ่มจะไม่มีอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก่อนจะเขาจะหมดสติไป เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น เสียงที่สะกิดใจให้ยุนโฮยอมเงยหน้าขึ้นมา แม้ว่าอาจจะเสี่ยงโดนพวกมันซัดเข้าที่ใบหน้าก็ได้
“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ....ไม่หยุด ฉันยิง ”
.............ขาวๆๆๆ...สว่างๆๆๆๆ...แบบเมื่อกี้อีกแล้ว.........
![]()
“ แจจุง...น้ำอุ่นกับผ้ามาแล้ว ” จุนซูแบกอ่างน้ำใส่แจ๋วที่มองเห็นผ้าขนหนูผืนไม่ใหญ่มากลอยอยู่บนผิวน้ำส่งให้แจจุง
“ เอ้า...คงไม่เป็นอะไรมาก ยาสามัญประจำบ้านเท่าที่มี น่าจะโอเคอยู่นะ ” จียงที่ตามจุนซูมาติดๆ ก็ยื่นกล่องยาให้แจจุงบ้าง แจจุงรับมายิ้มๆก่อนจะเริ่มจัดการบิดผ้าขนหนูในอ่างจนหมาด แล้วค่อยๆเช็ดตัวของคนที่ชางมินเพิ่งจะหามเข้ามานอนที่ห้องรับรองแขกอย่างเบามือ
“ พี่แจจุงครับ...เสื้อผ้าผม พี่เขาน่าจะใส่ได้นะ ” ชางมินยื่นส่งเสื้อผ้าให้แจจุงบ้าง แจจุงรับมาแล้ววางไว้ที่เตียง ก่อนจะหันกลับไปซับรอยเลือดทั่วร่างกายของคนป่วยต่อ ท่ามกลางสายตาของทั้งจียง จุนซู และชางมิน
“ ฉันล่ะอยากจะฆ่านายนักแจจุง... ” จียงพูดลอยๆขึ้นมา และนั่นทำให้แจจุงรู้ว่าจียงกำลังจะเปิดประเด็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ร่างบางจุดยิ้มก่อนจะแสร้งไปหยิบกระเป๋ายามาทำแผลให้คนป่วย
“ ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกรู้มั้ยแจจุง...คิดดูสิว่าถ้าฉันกับจียงไม่พกปืนลงไปขู่พวกมัน แล้วชางมินกับตำรวจไม่มาพอดีล่ะก็ นายถูกรุมโทรมแน่... ” แจจุงอมยิ้มก่อนจะหันไปจ้องหน้าจุนซูราวกับตัดพ้อ
“ ไม่ต้องไปมองหน้าจุนซูแบบนั้นหรอกครับพี่แจจุง เพราะผมเห็นด้วย 100% ที่พี่ถือปืนกระบอกหนึ่งลงไปตัวสวยๆคนเดียวเนี่ย นอกจากจะทำให้พี่ถูกพวกมันทำร้ายแล้ว ยังช่วยคุณไฮโซคนนี้ไม่ได้อีกด้วยนะ ” ชางมินเสริม แจจุงวางอุปกรณ์ทำแผลลง ก่อนจะหันมาหาชางมิน
“ ครั้งหน้าพี่จะไม่ทำอีกก็แล้วกันนะชางมิน ” แจจุงบอกผ่านๆ ก่อนจะหันหน้าไปคว้าเสื้อผ้าที่ชางมินเตรียมไว้ให้แล้วดันทั้งสามคนออกนอกประตูไป ทั้งจียง จุนซู และชางมินที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัวถึงกับเซซ้าย เซขวา แต่ทว่าความไวของชางมินทำให้ชายหนุ่มดันประตูที่แจจุงกำลังจะปิดลงให้แง้มไว้ได้
“ นายจะทำอะไร....แจจุง ” จุนซูที่ยืนอยู่ข้างหลังชางมินที่พยายามดันประตูไว้ เอ่ยถามขึ้น
“ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาไง พวกนายจะดันทำไมเนี่ย ” แจจุงร้องบอกไปราวกับไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร แต่สำหรับทั้งสามที่อยู่ข้างนอก...มันไม่ใช่
“ ไม่ได้นะ/ไม่ได้นะ/ไม่ได้นะ ” สามเสียงตะโกนลั่น ทำเอาแจจุงที่พยายามดันประตูอยู่ต้องปล่อยแรงลง พาลเอาทั้ง จุนซู และชางมินที่พยายามดันอยู่ด้านนอกเสียหลักล้มลงมากองไม่เป็นท่า ผิดกับจียงที่ยังพอทรงตัวไว้ได้
“ทำไมจะไม่ได้ ” แจจุงถาม จียงก้าวข้ามชางมินและจุนซูมาหาแจจุงก่อนจะจับให้เพื่อนรักมาเผชิญหน้า
“ แกจะบ้าเหรอ อยู่ๆแกจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้...เอ่อ...ถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกัน...แต่สำหรับนายมันไม่ได้นะ ” แจจุงย่นคิ้วไปมาด้วยความสงสัย ก็ใช่น่ะซิเพราะเป็นผู้ชายด้วยกันไงเขาก็เลยต้องมาเปลี่ยนให้ แต่เห็นว่าคงไม่เป็นการดีที่จะผลักไสหน้าที่ให้ใครทำแทน เพราะเขาเป็นคนช่วยคนๆนี้ขึ้นมา อีกทั้งจะให้ทั้งสามช่วยเขาเปลี่ยน ก็คงจะไม่เป็นการดีเท่าไหร่สำหรับตัวผู้ชายคนนั้นเอง เพราะถ้าเป็นเขาไปนอนอยู่ตรงนั้นรอให้คนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้บ้าง เขาก็ไม่อยากให้อยู่กันเยอะๆขนาดนี้หรอก แล้วแบบนี้เขาคิดผิดตรงไหนละเนี่ย?
“ เอาเป็นว่าผมพอจะเข้าใจความคิดของพี่จียงก็แล้วกัน พี่ๆออกไปเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง ” ชางมินมองหน้าจียงกับจุนซูอย่างรู้กัน ก่อนจะดันๆให้แจจุง จียง และจุนซูออกไปแทน
“ ทำไมล่ะ...พี่เป็นคนพาเขามา เดี๋ยวพี่จัดการเองดีกว่านะ ” แจจุงยังคงดื้อ
“ แต่ฉัน จียง แล้วก็ไอ้ชางมินเห็นพ้องต้องกัน.... ” จุนซูค้าน
“ แต่..... ” แจจุงพยายามจะเถียง แต่จียงก็แทรกขึ้นก่อน
“ 3 ต่อ 1.....นายแพ้เห็นๆนะ ” แจจุงมุ่ยหน้าอย่างไม่เข้าใจ อันที่จริงเรื่องมันไม่น่าจะยุ่งยากแบบนี้เลย ก็แค่สามคนนี้จะยอมออกไปดีๆตั้งแต่แรก ไม่รู้ทำไมจะต้องทำให้เรื่องมันยากด้วย แจจุงยังคงไม่ยอมก้าวไปไหน แม้จะได้สายตาแบบไล่กันเห็นๆจากทั้งจียง จุนซู และชางมินก็เหอะ ในขณะที่แจจุงกำลังเล่นสงครามประสาทกับทั้งจียง จุนซูและ ชางมินอยู่นั้น เสียงไอของผู้ชายบนเตียงก็ดังขึ้น
“ อึกๆ...แค่กๆๆ ” แจจุงรีบพุ่งไปที่เตียง
“ คุณ....นี่คุณ เป็นอะไรหรือเปล่า จุนซูขอน้ำหน่อย ” แจจุงพยายามเรียกสติคนที่ยังนอนหลับหูหลับตาไอแค่กๆให้รู้สึกตัว แต่จากลักษณะการไอแบบนี้ แจจุงก็เดาเอาว่าอาจจะเพราะคอแห้งมากเกินไปก็ได้ จุนซูหยิบแก้วน้ำยื่นให้แจจุงอย่างงงๆก่อนจะถอยลงมายืนดูทั้งคู่รวมกับจียงและชางมินที่ต่างก็ไม่รู้จะทำยังไงต่ออย่างเงียบๆ
“ คุณอ้าปากหน่อยนะ ” แจจุงรู้ว่าพูดไปชายตรงหน้าก็คงไม่รู้สติ แต่ทว่าก็พูดออกมาตามสัญชาตญาณ แต่มันกลับได้ผล เมื่อคนที่ยังดูเหมือนหลับไม่ได้สติก็เผยอปากขึ้นน้อยๆพร้อมกับตาที่ลืมขึ้นมาหน่อยๆด้วย แจจุงป้อนน้ำเข้าปากชายหนุ่มก่อนจะหยุดเมื่อรู้สึกว่าพอแล้ว แจจุงปล่อยคนตรงหน้าให้นอนปกติ แต่คราวนี้ยุนโฮกลับเริ่มรู้สึกตัวแล้ว
“ คะ...คุณ ” ยุนโฮพูดได้แค่นั้นก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง แจจุงหน้าตาตื่นรีบหันมาหาทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างหลังทันที
“ ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก แค่สลึมสะลือขึ้นมาแล้วหมดสติไปอีกรอบแค่นั้นแหล่ะ ” จียงบอกเมื่อเห็นว่าเพื่อนเขาตกใจแค่ไหน ที่เห็นผู้ชายที่ไม่รู้เป็นใครที่ไหนคนนี้หมดสติไปอีกรอบ จุนซูพยักหน้าเสริม แจจุงจึงได้คลายกังวล
“ ให้เขาพักที่นี่ล่ะกัน....ถึงยังไง ดึกดื่นป่านนี้เราก็ไม่รู้จะแบกเขาไปที่ไหนเหมือนกัน ” แจจุงบอกพร้อมกับลุกขึ้นดึงผ้าห่มให้จนชิดแผงอกของคนป่วย แจจุงจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกระพริบตาปริบๆแล้วสะบัดหัวแรงๆราวกับเรียกสติ มีบางอย่างเกิดขึ้นในใจ เป็นบางอย่างที่แจจุงรู้ว่ามันเป็นอะไร แต่มันแปลก....ทำไมนะ?
“ เป็นอะไรหรือเปล่าครับพี่แจจุง ” ชางมินถามเมื่อเห็นว่าแจจุงมีท่าทางแปลกๆ
“ อ่อ....ปะ...เปล่าหรอก สงสัยพี่จะเพลียนะ ก็ดูซิตั้งตี 2 แล้ว ยังไงพี่ขอกลับไปนอนก่อนนะ ” แจจุงพยายามหลบสายตาของจียง ก่อนจะเดินเลี่ยงออกประตูไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายที่จะหันกลับมามองคนป่วยบนเตียงอีกครั้ง จียงที่รู้สึกแปลกๆแล้วหันกลับมาดูนั่นแหล่ะ แจจุงถึงรู้ว่าเขาต้องรีบไปนอนแล้ว และถึงแม้แจจุงจะไปแล้ว แต่จียงก็ยังไม่หายสงสัย เมื่อกี้มันอะไรกัน....ระหว่างผู้ชายคนนี้และเพื่อนของเขา
![]()
เช้ารุ่งขึ้น ร้าน KIMSARANG 06.00 น.
เพราะว่ามีแขกมาที่บ้าน แจจุงจึงใช้เหตุผลนี้มาอ้างในการตื่นขึ้นมาทำอาหารแต่เช้า อันที่จริงจะพูดว่าตื่นก็ไม่ได้หรอก ในเมื่อ....เมื่อคืนนี้เขาแทบจะไม่ได้นอนด้วยซ้ำ ใครจะไปนอนหลับลงถ้ายังมีบางสิ่งกวนใจอยู่แบบนั้น แถมจียงที่ขึ้นมาทีหลังก็ยังส่งรังสีแห่งความสงสัยมาให้เขา ขนาดที่ว่าหันหลังให้ก็ยังรับรู้ได้เลยแบบนั้น
แจจุงเชื่อว่ารักแท้มีจริง และเชื่อในพรหมลิต แจจุงไม่รู้จะอธิบายให้ตัวเองเข้าใจได้ยังไงถึงความรู้สึกเมื่อคืนนี้ ทำไมไม่รู้....แต่เขากลับรู้สึกเป็นห่วงผู้ชายคนนั้นมากกว่าที่คนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะรู้สึกได้ รู้สึกดีแปลกๆที่ได้มองหน้า ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ทำอะไรให้ ทำไม...ทำไมๆๆๆๆๆและทำไม...ต้องรู้สึกแบบนั้นด้วย พอรู้ตัวอีกที ก็เช้าซะแล้ว....เฮ้อ!!!!
“ เหม่อลอยเวลาทำอาหารแบบนี้ ไม่สมกับเป็นนายเลยนะแจจุง ” เสียงของจียงปลุกแจจุงให้ตื่นจากภวังค์ แจจุงหันกลับมามองจียงก่อนจะหลบตาไปค้นข้าวในหม้อแทน
“ เปล่านิ...ฉันเหม่อเหรอ ” แจจุงแก้ตัว พลางยกหม้อข้าวต้มหอมฉุยหม้อใหญ่มาวางด้วย
“ ไม่รู้สิ...แต่ฉันเห็น สองคนนี้มายืนสวัสดีแกได้ร้อยกว่ารอบแล้วมั้ง ” จียงหลบให้ยูริกับยุนอาเข้ามายืน สองสาวยิ้มแหย่ๆก่อนจะโค้งตัวลง
“ สวัสดีค่ะพี่แจจุง....คืออันที่จริงก็ไม่ถึงร้อยหรอกค่ะ ถ้ารวมเมื่อกี้ด้วยก็แค่ 8 ครั้งเท่านั้นเองค่ะ แฮ่ๆๆ ” ยุนอาพูดจบ แจจุงก็รู้ทันทีว่าตัวเองกำลังโดนจียงจับผิดขนาดไหน
“ เอ่อ....งั้นพี่ต้องขอโทษยุนอากับยูริด้วยนะ สงสัยพี่จะตื่นเช้าไปหน่อย ” แจจุงเงยหน้ามองจียงนิดๆ เพราะถึงแม้จะมีเสียงน้ำที่เปิดอยู่ในอ่างล้างจานดังอยู่ แต่แจจุงก็มั่นใจว่าได้ยินเสียงจียงหัวเราะด้วย ถึงแม้มันจะเบาจนเหมือนหัวเราะเยาะมากกว่าก็ตาม
“ ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่แจจุง อันที่จริงหนูกับยุนอาเห็นว่าเมื่อคืนเกิดเรื่อง ร้านอาจจะยังไม่เป็นระเบียบ วันนี้ก็เลยมาแต่เช้านะค่ะ ” ยูริพูด
“ เอ่อ....ขอบใจมากนะ งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะ ” แจจุงพูดรีบๆก่อนจะเดินผ่านทั้งยุนอา ยูริและจียงไปเร็วๆ
“ นี่พี่จียงค่ะ....พี่แจจุงเขารีบไปไหนหรือเปล่าค่ะ ” ยุนอาถาม
“ ไม่ได้รีบนี่.... ” จียงยิ้มขำ ก่อนจะเบือนหน้าไปที่อ่างล้างจานที่น้ำยังเปิดอยู่ อีกทั้งเตาแก๊สก็ยังไม่ได้ปิดไฟด้วยซ้ำ ยุนอากับยูริมองหน้ากันก่อนจะหันมาจ้องจียง แล้วยุนอาก็ถามขึ้น
“ มีอะไรเกิดขึ้นโดยที่พวกหนูไม่รู้หรือเปล่าค่ะ ” จียงยกแก้วกาแฟในมือขึ้นจิบก่อนจะหันไปยิ้มให้สองสาว
................ก็มีนะซิ เรื่องแปลกๆซะด้วย................
![]()
“ ใช่คนนี้จริงๆด้วยนะค่ะ ถึงเมื่อคืนจะดูดีกว่านี้หน่อยก็เหอะ ” ยุนอาวิพากษ์วิจารณ์ปรายๆหลังจากจียงพาขึ้นมาดูชายหนุ่มตรงหน้า พร้อมกับเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง ตอนนี้ทุกคนในร้าน KIMSARANG ก็มารวมตัวกันที่ห้องนอนรับรองแขกเรียบร้อย แถมแจจุงยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่างอีกด้วย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนอย่างมาก แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถามอะไร
“ ก็เขาโดนทำร้ายนี่ ” ยูริเถียง
“ ก็รู้...ก็แค่พูดประชดเฉยๆ ว่าผู้ชายคนนี้ขนาดโดนทำร้ายก็ยังดูดีอยู่เลย ”
“ ไม่ดูดีได้ยังไงไหว...ขนาดเจ้านายพวกเรายังร้อนรนจะตาย ที่เมื่อคืนเขาหมดสติไปอีกรอบ ” จียงบอกก่อนจะหันมายักคิ้วให้เพื่อนรัก
“ จียงอ่า....นายจับผิดฉันทั้งคืนเลยนะ ” แจจุงพูดงอนๆ
“ ไม่ใช่แค่ฉันหรอก แต่จุนซูกับชางมินก็ยังรู้สึกได้ แต่เขาไม่กล้าพูดเฉยๆหรอก ” แจจุงหันไปมองจุนซูกับชางมิน และทั้งสองก็พยักหน้าให้แจจุงราวกับเห็นด้วยกับจียงเต็มที่
“ ก็....แหม!!!!! ” ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้พูดแก้ตัวอะไร ประตูที่ด้านล่างก็ถูกเปิดออกจนแสงข้างนอกเข้ามาทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน
“ ผมไปดูเองครับ ” ชางมินเดินลงบันไดวนไป สัก 5 นาทีต่อมาก็ขึ้นมาพร้อมกับผู้ชายร่างกำยำคนหนึ่งที่ยูริจำได้มั่นใจว่าเป็นคนเดียวกับที่ยุนอาแอบมองเมื่อวานแน่ๆ แต่อย่าไปถามเพราะพอชายหนุ่มปรากฏตัวปุ๊บ ยุนอาก็สลบเหมือดไปทันที เหลือก็แต่แจจุงที่ยังคงจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก
“ คุณคือ..... ” แจจุงยังถามไม่จบจุนซูก็สะกิดตอบให้ซะก่อน
“ บอดี้การ์ดของผู้ชายคนนี้เมื่อคืนไง ” แจจุงพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับมาที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง
“ สวัสดีครับ ผมอค แทคยอน เลขาส่วนตัวของคุณชอง ยุนโฮคนที่คุณช่วยไว้เมื่อคืน ”
“ คุณรู้ได้ยังไง ? ” แจจุงถาม
“ เมื่อคืน ผมนัดกับคุณชายไว้ที่หน้าร้านคุณ แต่พอผมมากลับไม่มีใครเลย พอดีคนผ่านไปผ่านมาแถวนั้นเขาบอกว่าเมื่อคืนมีเรื่องเกิดขึ้น ผมไปถามตำรวจจึงรู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรบ้าง ผมขอบคุณนะครับที่ช่วยเจ้านายผมไว้ ” แจจุงยังคงงงๆจนยากที่จะพูดอะไรออกไป นอกจากพยักหน้ารับ ความรู้สึกโหว่งๆในช่องท้อง ราวกับกำลังลาจากอะไรซักอย่างมันจู่โจมเขาจนหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น แต่เขารู้สึกได้
“ ไม่เป็นไรหรอก เราทำไปโดยไม่หวังอะไร ” จียงพูดแทน เมื่อเห็นว่าแจจุงยังไม่ตอบอะไรผู้ชายที่ชื่อแทคยอนนี่ออกไป
“ งั้นผมขอพาคุณชายกลับนะครับ ” แทคยอนพูดก่อนจะเข้าไปประคองแขนยุนโฮที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แจจุงรู้สึกร้อนรุ่มบอกไม่ถูก เขาช่วยผู้ชายคนนี้เมื่อคืนนี้ เขาปฐมพยาบาลผู้ชายคนนี้เมื่อคืนนี้ และเมื่อคืนนี้ผู้ชายคนนี้ก็นอนอยู่ที่นี่ทั้งคืน แต่เช้านี้ผู้ชายคนนี้จะออกไปโดยแม้แต่บอกลาก็ยังทำไม่ได้แบบนี้ มันรู้สึกไม่ดีมากๆจริง แต่มันงี่เง่าเกินไปที่เขาจะรั้งให้ผู้ชายที่แทคยอนคนนั้นรอให้ผู้ชายคนนี้ตื่นก่อน
ยุนโฮถูกพยุงขึ้นจนสามารถเอาแขนเกาะไว้ที่ไหล่ของแทคยอนได้ข้างหนึ่ง โดยปล่อยให้อีกข้างหนึ่งร่วงลงข้างลำตัวอย่างอิสระ แจจุงมองมือชายหนุ่มอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดีนอกจากยืนขึ้น มือของแจจุงอยู่ระดับเดียวกับผู้ชายคนนั้น ชั่ววินาทีที่จียงเห็นเหมือนนิ้วก้อยแจจุงพยายามจะเกี่ยวมือผู้ชายคนนั้นไว้ แต่มันเลือนรางจนจียงยังคิดว่าตัวเองตาฝาด แต่ทว่า.............
“ อึก....ใจร้ายมากแทคยอน.....แค่กๆ.....อย่างน้อยฉันน่าจะมีโอกาสได้ขอบคุณคนที่ฉันเป็นหนี้ชีวิตสักหน่อยนะ ” แจจุงยิ้ม แต่ทุกคนเบิกตากว้าง ไม่ใช่ว่าเพราะผู้ชายคนนี้ฟื้นนะ แต่เป็นเพราะช่วงเวลาที่แทคยอนกำลังพายุนโฮเดินลงบันไดไปนั้น ชั่ววินาทีนั้น มือของยุนโฮที่ถูกปล่อยเป็นอิสระอยู่ข้างหนึ่งกลับขยับมาคว้าเอามือของแจจุง........ไป...จับไว้ซะแน่น
TBC.

งวดนี้เค้ามาเร็ว เพราะคอมเม้นท์พาร์ทที่แล้วนะจะบอกให้ ฮ่าๆๆๆๆ
ออกแนวมีกำลังใจอะไรแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ บายค่ะ (มาเร็ว ไปเร็ว)
YUNJAE Supporter♥•สนับสนุนยุนแจอย่างเป็นทางการ•♥