True love lasts forever Patch...05

posted on 19 Nov 2011 23:23 by kimmarin
 
 
 
 
 
 
Patch……………….05
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

///เฮ้ย!   ฉันก็บอกว่าขอโทษแล้ว  จะเอาไงวะ///


 

 

 

            ในขณะที่จียง แจจุง และจุนซูกำลังพยายามลืมเรื่องที่แจจุงเริ่มไว้  แล้วหันกลับมาอ่านลูกแก้วสีเหลืองที่จะบอกช่วงระยะเวลาที่จะเจอเนื้อคู่ของตนนั้น   เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังมาจากนอกหน้าต่าง


 

 

            “ จุ๊ๆๆ ” จุนซูจุ๊ปากใส่เพื่อนทั้งสอง  ซึ่งแจจุงและจียงก็รีบจุ๊ปากตามจุนซูโดยอัตโนมัติ  ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบ


 

 

 

///เฮ้ย!!!!มาคนเดียวแล้วยังซ่าส์อีกนะ   แม่ง...จัดการสั่งสอนมันหน่อยดิ///


 

 

 

            สิ้นประโยคทั้งแจจุง จียง และจุนซูก็ลุกพรวดไปอยู่ที่หน้าต่าง  ดวงตาใสซื่อทั้งสามค่อยๆโผล่พ้นขอบหน้าต่างออกไปเรื่อยๆจนกระทั่งภาพผู้ชาย 4 คนกำลังรุมผู้ชายอีก 1 คนที่ตอนนี้ลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้วก็ปรากฎขึ้นตรงหน้า


 

 

 

            “ นั่นมัน   ตาคู่ดูตัวฝ่ายชายนี่ ” จียงร้องพลางมองชายหนุ่มที่แม้จะไม่เห็นหน้าชัดนัก  แต่จากเสื้อผ้าและตำแหน่งที่กำลังมีเรื่องนั้นมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเป็นผู้ชายคนนั้นไม่ผิดแน่  แจจุงมองภาพที่ผู้ชายคนที่นอนอยู่  โดนแตะเข้าที่หน้าท้องเป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นไปคว้าปืนที่ลิ้นชักหัวนอน  พาลเอาทั้งจียงและจุนซูแทบตั้งตัวไม่ทัน


 

 

 

            “ แจจุง....นายจะไปไหน ” จียงถาม  แจจุงหยุดคิดเพียงวินาที ถึงเหตุผลที่จะต้องตอบกับจียง  แต่ทว่ายังไม่ทันได้ประมวลอะไรด้วยซ้ำ  แจจุงก็โพล่งออกไปซะแล้ว


 

 

 

            “ คือ...เราต้องช่วยเค้านะจียง...จุนซู ” แจจุงลดระดับเสียงลงในท้ายประโยคก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสองราวขออนุญาติ  ในขณะที่มือยังคงกำปืนไว้แน่น  “ เค้าต้องตายแน่ๆนะ  แล้วเราจะทนเห็นใครตายต่อหน้าต่อตาได้ยังไง ” แจจุงบอกก่อนจะรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง   จียงกับจุนซูหันมามองหน้ากัน  ก่อนจะเป็นจียงที่ไวกว่าด้วยการคว้าโทรศัพท์คู่ตัวมากดโทรหมายเลขฉุกเฉิน  พร้อมกับให้อีกมือที่ว่างอยู่ล้วงเข้าไปหยิบปืนของตัวเองที่ใต้เตียง  เช่นเดียวกันกับจุนซู


 

 

 

            “ แจ้งเหตุฉุกเฉิน  ด่วนครับ....... ”


 

 

 

 


 

 

 

            “ แม่ง   กูนึกว่าจะแน่  เห็นปากเก่งเหลือเกิน  ที่แท้ก็เก่งแต่ปาก ” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้าเอาเท้าเขี่ยๆยุนโฮที่เป็นล้มอยู่ตรงหน้าแรงๆ   จนยุนโฮพลิกตัวกลับมานอนหงาย


 

 

 

            “ กูเก่งกว่าพวกมึง...อึก...หลายเท่านัก...แค่กๆ...อึก!...อย่างน้อยกูก็ไม่หมาหมู่อย่างพวก...ฮึก!...มึง ” แม้ว่ายุนโฮจะปวดระบมไปทั่วทั้งกาย  แต่ทว่าศักดิ์ศรียังคงมีเปี่ยมล้น   อันที่จริงเค้าไม่น่าจะต้องมานอนกุมท้องกับพื้นแบบนี้ด้วยซ้ำ  ถ้าอยู่ดีๆไอ้พวกขี้เมาทั้ง 4 คนนี้ไม่มาเดินผ่านเขา แล้วเกิดหมั่นไส้เขาขึ้นมาละมั้ง  อยู่ดีๆถึงได้มาบอกให้เขาไปขอโทษมันที่บังอาจมองหน้าพวกมัน  เพราะเหตุผลงี่เง่าของพวกมันทำให้ยุนโฮไม่ยอมทำตาม  พวกมันจึงเข้ามารุมเขาอย่างที่เห็น


 

 

 

            “ ปากดีอีกแล้วนะมึง....เฮ้ย!   จัดการ ” สิ้นเสียงยุนโฮก็รีบก้มหน้าหลบทันที   เขารู้สึกถึงแรงกระแทกลงมาตามตัวเขาหลายที่   สติของเขาเริ่มจะไม่มีอยู่แล้ว   แต่อย่างน้อยก่อนจะเขาจะหมดสติไป   เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น  เสียงที่สะกิดใจให้ยุนโฮยอมเงยหน้าขึ้นมา  แม้ว่าอาจจะเสี่ยงโดนพวกมันซัดเข้าที่ใบหน้าก็ได้


 

 

 

            “ หยุดเดี๋ยวนี้นะ....ไม่หยุด  ฉันยิง ”


 

 

 

.............ขาวๆๆๆ...สว่างๆๆๆๆ...แบบเมื่อกี้อีกแล้ว.........


 

 

 

 


 

 

 

 

            “ แจจุง...น้ำอุ่นกับผ้ามาแล้ว ” จุนซูแบกอ่างน้ำใส่แจ๋วที่มองเห็นผ้าขนหนูผืนไม่ใหญ่มากลอยอยู่บนผิวน้ำส่งให้แจจุง


 

 

 

            “ เอ้า...คงไม่เป็นอะไรมาก  ยาสามัญประจำบ้านเท่าที่มี  น่าจะโอเคอยู่นะ ” จียงที่ตามจุนซูมาติดๆ  ก็ยื่นกล่องยาให้แจจุงบ้าง   แจจุงรับมายิ้มๆก่อนจะเริ่มจัดการบิดผ้าขนหนูในอ่างจนหมาด  แล้วค่อยๆเช็ดตัวของคนที่ชางมินเพิ่งจะหามเข้ามานอนที่ห้องรับรองแขกอย่างเบามือ  


 

 

 

            “ พี่แจจุงครับ...เสื้อผ้าผม  พี่เขาน่าจะใส่ได้นะ ” ชางมินยื่นส่งเสื้อผ้าให้แจจุงบ้าง  แจจุงรับมาแล้ววางไว้ที่เตียง  ก่อนจะหันกลับไปซับรอยเลือดทั่วร่างกายของคนป่วยต่อ  ท่ามกลางสายตาของทั้งจียง จุนซู และชางมิน


 

 

 

            “ ฉันล่ะอยากจะฆ่านายนักแจจุง... ” จียงพูดลอยๆขึ้นมา  และนั่นทำให้แจจุงรู้ว่าจียงกำลังจะเปิดประเด็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้   ร่างบางจุดยิ้มก่อนจะแสร้งไปหยิบกระเป๋ายามาทำแผลให้คนป่วย


 

 

 

            “ ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกรู้มั้ยแจจุง...คิดดูสิว่าถ้าฉันกับจียงไม่พกปืนลงไปขู่พวกมัน   แล้วชางมินกับตำรวจไม่มาพอดีล่ะก็   นายถูกรุมโทรมแน่... ” แจจุงอมยิ้มก่อนจะหันไปจ้องหน้าจุนซูราวกับตัดพ้อ


 

 

 

            “ ไม่ต้องไปมองหน้าจุนซูแบบนั้นหรอกครับพี่แจจุง  เพราะผมเห็นด้วย 100%   ที่พี่ถือปืนกระบอกหนึ่งลงไปตัวสวยๆคนเดียวเนี่ย  นอกจากจะทำให้พี่ถูกพวกมันทำร้ายแล้ว   ยังช่วยคุณไฮโซคนนี้ไม่ได้อีกด้วยนะ ” ชางมินเสริม แจจุงวางอุปกรณ์ทำแผลลง  ก่อนจะหันมาหาชางมิน


 

 

 

            “ ครั้งหน้าพี่จะไม่ทำอีกก็แล้วกันนะชางมิน ” แจจุงบอกผ่านๆ  ก่อนจะหันหน้าไปคว้าเสื้อผ้าที่ชางมินเตรียมไว้ให้แล้วดันทั้งสามคนออกนอกประตูไป  ทั้งจียง จุนซู และชางมินที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัวถึงกับเซซ้าย เซขวา  แต่ทว่าความไวของชางมินทำให้ชายหนุ่มดันประตูที่แจจุงกำลังจะปิดลงให้แง้มไว้ได้


 

 

 

            “ นายจะทำอะไร....แจจุง ” จุนซูที่ยืนอยู่ข้างหลังชางมินที่พยายามดันประตูไว้  เอ่ยถามขึ้น


 

 

 

            “ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาไง   พวกนายจะดันทำไมเนี่ย ” แจจุงร้องบอกไปราวกับไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร   แต่สำหรับทั้งสามที่อยู่ข้างนอก...มันไม่ใช่


 

 

 

            “ ไม่ได้นะ/ไม่ได้นะ/ไม่ได้นะ ” สามเสียงตะโกนลั่น  ทำเอาแจจุงที่พยายามดันประตูอยู่ต้องปล่อยแรงลง   พาลเอาทั้ง จุนซู และชางมินที่พยายามดันอยู่ด้านนอกเสียหลักล้มลงมากองไม่เป็นท่า  ผิดกับจียงที่ยังพอทรงตัวไว้ได้ 


 

 

 

            “ทำไมจะไม่ได้ ” แจจุงถาม จียงก้าวข้ามชางมินและจุนซูมาหาแจจุงก่อนจะจับให้เพื่อนรักมาเผชิญหน้า


 

 

 

            “ แกจะบ้าเหรอ  อยู่ๆแกจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้...เอ่อ...ถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกัน...แต่สำหรับนายมันไม่ได้นะ ” แจจุงย่นคิ้วไปมาด้วยความสงสัย  ก็ใช่น่ะซิเพราะเป็นผู้ชายด้วยกันไงเขาก็เลยต้องมาเปลี่ยนให้  แต่เห็นว่าคงไม่เป็นการดีที่จะผลักไสหน้าที่ให้ใครทำแทน  เพราะเขาเป็นคนช่วยคนๆนี้ขึ้นมา  อีกทั้งจะให้ทั้งสามช่วยเขาเปลี่ยน  ก็คงจะไม่เป็นการดีเท่าไหร่สำหรับตัวผู้ชายคนนั้นเอง  เพราะถ้าเป็นเขาไปนอนอยู่ตรงนั้นรอให้คนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้บ้าง  เขาก็ไม่อยากให้อยู่กันเยอะๆขนาดนี้หรอก  แล้วแบบนี้เขาคิดผิดตรงไหนละเนี่ย?


 

 

 

            “ เอาเป็นว่าผมพอจะเข้าใจความคิดของพี่จียงก็แล้วกัน   พี่ๆออกไปเถอะครับ  เดี๋ยวผมจัดการเอง ” ชางมินมองหน้าจียงกับจุนซูอย่างรู้กัน ก่อนจะดันๆให้แจจุง จียง และจุนซูออกไปแทน


 

 

 

            “ ทำไมล่ะ...พี่เป็นคนพาเขามา  เดี๋ยวพี่จัดการเองดีกว่านะ ” แจจุงยังคงดื้อ


 

 

 

            “ แต่ฉัน จียง แล้วก็ไอ้ชางมินเห็นพ้องต้องกัน.... ” จุนซูค้าน


 

 

 

            “ แต่..... ” แจจุงพยายามจะเถียง แต่จียงก็แทรกขึ้นก่อน


 

 

 

            “ 3 ต่อ 1.....นายแพ้เห็นๆนะ ” แจจุงมุ่ยหน้าอย่างไม่เข้าใจ  อันที่จริงเรื่องมันไม่น่าจะยุ่งยากแบบนี้เลย  ก็แค่สามคนนี้จะยอมออกไปดีๆตั้งแต่แรก   ไม่รู้ทำไมจะต้องทำให้เรื่องมันยากด้วย  แจจุงยังคงไม่ยอมก้าวไปไหน  แม้จะได้สายตาแบบไล่กันเห็นๆจากทั้งจียง จุนซู และชางมินก็เหอะ   ในขณะที่แจจุงกำลังเล่นสงครามประสาทกับทั้งจียง จุนซูและ ชางมินอยู่นั้น  เสียงไอของผู้ชายบนเตียงก็ดังขึ้น


 

 

 

            “ อึกๆ...แค่กๆๆ ” แจจุงรีบพุ่งไปที่เตียง 


 

 

 

            “ คุณ....นี่คุณ   เป็นอะไรหรือเปล่า   จุนซูขอน้ำหน่อย ” แจจุงพยายามเรียกสติคนที่ยังนอนหลับหูหลับตาไอแค่กๆให้รู้สึกตัว   แต่จากลักษณะการไอแบบนี้  แจจุงก็เดาเอาว่าอาจจะเพราะคอแห้งมากเกินไปก็ได้   จุนซูหยิบแก้วน้ำยื่นให้แจจุงอย่างงงๆก่อนจะถอยลงมายืนดูทั้งคู่รวมกับจียงและชางมินที่ต่างก็ไม่รู้จะทำยังไงต่ออย่างเงียบๆ


 

 

 

            “ คุณอ้าปากหน่อยนะ ” แจจุงรู้ว่าพูดไปชายตรงหน้าก็คงไม่รู้สติ   แต่ทว่าก็พูดออกมาตามสัญชาตญาณ  แต่มันกลับได้ผล  เมื่อคนที่ยังดูเหมือนหลับไม่ได้สติก็เผยอปากขึ้นน้อยๆพร้อมกับตาที่ลืมขึ้นมาหน่อยๆด้วย  แจจุงป้อนน้ำเข้าปากชายหนุ่มก่อนจะหยุดเมื่อรู้สึกว่าพอแล้ว  แจจุงปล่อยคนตรงหน้าให้นอนปกติ  แต่คราวนี้ยุนโฮกลับเริ่มรู้สึกตัวแล้ว


 

 

 

            “ คะ...คุณ ” ยุนโฮพูดได้แค่นั้นก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง  แจจุงหน้าตาตื่นรีบหันมาหาทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างหลังทันที


 

 

 

            “ ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก  แค่สลึมสะลือขึ้นมาแล้วหมดสติไปอีกรอบแค่นั้นแหล่ะ ”  จียงบอกเมื่อเห็นว่าเพื่อนเขาตกใจแค่ไหน  ที่เห็นผู้ชายที่ไม่รู้เป็นใครที่ไหนคนนี้หมดสติไปอีกรอบ  จุนซูพยักหน้าเสริม  แจจุงจึงได้คลายกังวล


 

 

 

            “ ให้เขาพักที่นี่ล่ะกัน....ถึงยังไง  ดึกดื่นป่านนี้เราก็ไม่รู้จะแบกเขาไปที่ไหนเหมือนกัน ” แจจุงบอกพร้อมกับลุกขึ้นดึงผ้าห่มให้จนชิดแผงอกของคนป่วย  แจจุงจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่  ก่อนจะกระพริบตาปริบๆแล้วสะบัดหัวแรงๆราวกับเรียกสติ  มีบางอย่างเกิดขึ้นในใจ  เป็นบางอย่างที่แจจุงรู้ว่ามันเป็นอะไร  แต่มันแปลก....ทำไมนะ?


 

 

 

            “ เป็นอะไรหรือเปล่าครับพี่แจจุง ” ชางมินถามเมื่อเห็นว่าแจจุงมีท่าทางแปลกๆ


 

 

 

            “ อ่อ....ปะ...เปล่าหรอก  สงสัยพี่จะเพลียนะ  ก็ดูซิตั้งตี 2 แล้ว   ยังไงพี่ขอกลับไปนอนก่อนนะ ” แจจุงพยายามหลบสายตาของจียง  ก่อนจะเดินเลี่ยงออกประตูไป  แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายที่จะหันกลับมามองคนป่วยบนเตียงอีกครั้ง   จียงที่รู้สึกแปลกๆแล้วหันกลับมาดูนั่นแหล่ะ แจจุงถึงรู้ว่าเขาต้องรีบไปนอนแล้ว    และถึงแม้แจจุงจะไปแล้ว  แต่จียงก็ยังไม่หายสงสัย  เมื่อกี้มันอะไรกัน....ระหว่างผู้ชายคนนี้และเพื่อนของเขา


 

 

 

 


 

 

 

 

เช้ารุ่งขึ้น ร้าน KIMSARANG 06.00 น.


 

 

 

            เพราะว่ามีแขกมาที่บ้าน   แจจุงจึงใช้เหตุผลนี้มาอ้างในการตื่นขึ้นมาทำอาหารแต่เช้า  อันที่จริงจะพูดว่าตื่นก็ไม่ได้หรอก  ในเมื่อ....เมื่อคืนนี้เขาแทบจะไม่ได้นอนด้วยซ้ำ   ใครจะไปนอนหลับลงถ้ายังมีบางสิ่งกวนใจอยู่แบบนั้น   แถมจียงที่ขึ้นมาทีหลังก็ยังส่งรังสีแห่งความสงสัยมาให้เขา  ขนาดที่ว่าหันหลังให้ก็ยังรับรู้ได้เลยแบบนั้น


 

 

 

            แจจุงเชื่อว่ารักแท้มีจริง  และเชื่อในพรหมลิต แจจุงไม่รู้จะอธิบายให้ตัวเองเข้าใจได้ยังไงถึงความรู้สึกเมื่อคืนนี้  ทำไมไม่รู้....แต่เขากลับรู้สึกเป็นห่วงผู้ชายคนนั้นมากกว่าที่คนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะรู้สึกได้   รู้สึกดีแปลกๆที่ได้มองหน้า  ได้อยู่ใกล้ๆ  ได้ทำอะไรให้  ทำไม...ทำไมๆๆๆๆๆและทำไม...ต้องรู้สึกแบบนั้นด้วย   พอรู้ตัวอีกที  ก็เช้าซะแล้ว....เฮ้อ!!!!


 

 

 

            “ เหม่อลอยเวลาทำอาหารแบบนี้   ไม่สมกับเป็นนายเลยนะแจจุง ” เสียงของจียงปลุกแจจุงให้ตื่นจากภวังค์  แจจุงหันกลับมามองจียงก่อนจะหลบตาไปค้นข้าวในหม้อแทน


 

 

 

            “ เปล่านิ...ฉันเหม่อเหรอ ” แจจุงแก้ตัว  พลางยกหม้อข้าวต้มหอมฉุยหม้อใหญ่มาวางด้วย


 

 

 

            “ ไม่รู้สิ...แต่ฉันเห็น  สองคนนี้มายืนสวัสดีแกได้ร้อยกว่ารอบแล้วมั้ง ” จียงหลบให้ยูริกับยุนอาเข้ามายืน   สองสาวยิ้มแหย่ๆก่อนจะโค้งตัวลง


 

 

 

            “ สวัสดีค่ะพี่แจจุง....คืออันที่จริงก็ไม่ถึงร้อยหรอกค่ะ   ถ้ารวมเมื่อกี้ด้วยก็แค่ 8 ครั้งเท่านั้นเองค่ะ  แฮ่ๆๆ ” ยุนอาพูดจบ  แจจุงก็รู้ทันทีว่าตัวเองกำลังโดนจียงจับผิดขนาดไหน


 

 

 

            “ เอ่อ....งั้นพี่ต้องขอโทษยุนอากับยูริด้วยนะ   สงสัยพี่จะตื่นเช้าไปหน่อย ” แจจุงเงยหน้ามองจียงนิดๆ  เพราะถึงแม้จะมีเสียงน้ำที่เปิดอยู่ในอ่างล้างจานดังอยู่  แต่แจจุงก็มั่นใจว่าได้ยินเสียงจียงหัวเราะด้วย   ถึงแม้มันจะเบาจนเหมือนหัวเราะเยาะมากกว่าก็ตาม


 

 

 

            “ ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่แจจุง  อันที่จริงหนูกับยุนอาเห็นว่าเมื่อคืนเกิดเรื่อง  ร้านอาจจะยังไม่เป็นระเบียบ  วันนี้ก็เลยมาแต่เช้านะค่ะ ” ยูริพูด


 

 

 

            “ เอ่อ....ขอบใจมากนะ  งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะ ” แจจุงพูดรีบๆก่อนจะเดินผ่านทั้งยุนอา ยูริและจียงไปเร็วๆ


 

 

 

            “ นี่พี่จียงค่ะ....พี่แจจุงเขารีบไปไหนหรือเปล่าค่ะ ” ยุนอาถาม


 

 

 

            “ ไม่ได้รีบนี่.... ” จียงยิ้มขำ  ก่อนจะเบือนหน้าไปที่อ่างล้างจานที่น้ำยังเปิดอยู่  อีกทั้งเตาแก๊สก็ยังไม่ได้ปิดไฟด้วยซ้ำ  ยุนอากับยูริมองหน้ากันก่อนจะหันมาจ้องจียง แล้วยุนอาก็ถามขึ้น


 

 

 

            “ มีอะไรเกิดขึ้นโดยที่พวกหนูไม่รู้หรือเปล่าค่ะ ” จียงยกแก้วกาแฟในมือขึ้นจิบก่อนจะหันไปยิ้มให้สองสาว


 

 

 

................ก็มีนะซิ   เรื่องแปลกๆซะด้วย................


 

 

 

 


 

 

 

 

            “ ใช่คนนี้จริงๆด้วยนะค่ะ  ถึงเมื่อคืนจะดูดีกว่านี้หน่อยก็เหอะ ” ยุนอาวิพากษ์วิจารณ์ปรายๆหลังจากจียงพาขึ้นมาดูชายหนุ่มตรงหน้า  พร้อมกับเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง  ตอนนี้ทุกคนในร้าน KIMSARANG ก็มารวมตัวกันที่ห้องนอนรับรองแขกเรียบร้อย  แถมแจจุงยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่างอีกด้วย  ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนอย่างมาก  แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถามอะไร


 

 

 

            “ ก็เขาโดนทำร้ายนี่ ” ยูริเถียง


 

 

 

            “ ก็รู้...ก็แค่พูดประชดเฉยๆ   ว่าผู้ชายคนนี้ขนาดโดนทำร้ายก็ยังดูดีอยู่เลย ”


 

 

 

            “ ไม่ดูดีได้ยังไงไหว...ขนาดเจ้านายพวกเรายังร้อนรนจะตาย  ที่เมื่อคืนเขาหมดสติไปอีกรอบ ” จียงบอกก่อนจะหันมายักคิ้วให้เพื่อนรัก


 

 

 

            “ จียงอ่า....นายจับผิดฉันทั้งคืนเลยนะ ” แจจุงพูดงอนๆ


 

 

 

            “ ไม่ใช่แค่ฉันหรอก   แต่จุนซูกับชางมินก็ยังรู้สึกได้  แต่เขาไม่กล้าพูดเฉยๆหรอก ” แจจุงหันไปมองจุนซูกับชางมิน  และทั้งสองก็พยักหน้าให้แจจุงราวกับเห็นด้วยกับจียงเต็มที่


 

 

 

            “ ก็....แหม!!!!! ” ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้พูดแก้ตัวอะไร   ประตูที่ด้านล่างก็ถูกเปิดออกจนแสงข้างนอกเข้ามาทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน


 

 

 

            “ ผมไปดูเองครับ ” ชางมินเดินลงบันไดวนไป  สัก 5 นาทีต่อมาก็ขึ้นมาพร้อมกับผู้ชายร่างกำยำคนหนึ่งที่ยูริจำได้มั่นใจว่าเป็นคนเดียวกับที่ยุนอาแอบมองเมื่อวานแน่ๆ   แต่อย่าไปถามเพราะพอชายหนุ่มปรากฏตัวปุ๊บ  ยุนอาก็สลบเหมือดไปทันที  เหลือก็แต่แจจุงที่ยังคงจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก


 

 

 

            “ คุณคือ..... ” แจจุงยังถามไม่จบจุนซูก็สะกิดตอบให้ซะก่อน


 

 

 

            “ บอดี้การ์ดของผู้ชายคนนี้เมื่อคืนไง ” แจจุงพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับมาที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง


 

 

 

            “ สวัสดีครับ  ผมอค แทคยอน เลขาส่วนตัวของคุณชอง ยุนโฮคนที่คุณช่วยไว้เมื่อคืน ”


 

 

 

            “ คุณรู้ได้ยังไง ? ” แจจุงถาม


 

 

 

            “ เมื่อคืน ผมนัดกับคุณชายไว้ที่หน้าร้านคุณ  แต่พอผมมากลับไม่มีใครเลย   พอดีคนผ่านไปผ่านมาแถวนั้นเขาบอกว่าเมื่อคืนมีเรื่องเกิดขึ้น   ผมไปถามตำรวจจึงรู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรบ้าง   ผมขอบคุณนะครับที่ช่วยเจ้านายผมไว้ ” แจจุงยังคงงงๆจนยากที่จะพูดอะไรออกไป  นอกจากพยักหน้ารับ   ความรู้สึกโหว่งๆในช่องท้อง  ราวกับกำลังลาจากอะไรซักอย่างมันจู่โจมเขาจนหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น  แต่เขารู้สึกได้


 

 

 

            “ ไม่เป็นไรหรอก    เราทำไปโดยไม่หวังอะไร ” จียงพูดแทน  เมื่อเห็นว่าแจจุงยังไม่ตอบอะไรผู้ชายที่ชื่อแทคยอนนี่ออกไป


 

 

 

            “ งั้นผมขอพาคุณชายกลับนะครับ ” แทคยอนพูดก่อนจะเข้าไปประคองแขนยุนโฮที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง   แจจุงรู้สึกร้อนรุ่มบอกไม่ถูก  เขาช่วยผู้ชายคนนี้เมื่อคืนนี้   เขาปฐมพยาบาลผู้ชายคนนี้เมื่อคืนนี้  และเมื่อคืนนี้ผู้ชายคนนี้ก็นอนอยู่ที่นี่ทั้งคืน   แต่เช้านี้ผู้ชายคนนี้จะออกไปโดยแม้แต่บอกลาก็ยังทำไม่ได้แบบนี้  มันรู้สึกไม่ดีมากๆจริง   แต่มันงี่เง่าเกินไปที่เขาจะรั้งให้ผู้ชายที่แทคยอนคนนั้นรอให้ผู้ชายคนนี้ตื่นก่อน


 

 

 

          ยุนโฮถูกพยุงขึ้นจนสามารถเอาแขนเกาะไว้ที่ไหล่ของแทคยอนได้ข้างหนึ่ง  โดยปล่อยให้อีกข้างหนึ่งร่วงลงข้างลำตัวอย่างอิสระ   แจจุงมองมือชายหนุ่มอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดีนอกจากยืนขึ้น  มือของแจจุงอยู่ระดับเดียวกับผู้ชายคนนั้น   ชั่ววินาทีที่จียงเห็นเหมือนนิ้วก้อยแจจุงพยายามจะเกี่ยวมือผู้ชายคนนั้นไว้  แต่มันเลือนรางจนจียงยังคิดว่าตัวเองตาฝาด  แต่ทว่า.............


 

 

 

            “ อึก....ใจร้ายมากแทคยอน.....แค่กๆ.....อย่างน้อยฉันน่าจะมีโอกาสได้ขอบคุณคนที่ฉันเป็นหนี้ชีวิตสักหน่อยนะ ” แจจุงยิ้ม แต่ทุกคนเบิกตากว้าง   ไม่ใช่ว่าเพราะผู้ชายคนนี้ฟื้นนะ   แต่เป็นเพราะช่วงเวลาที่แทคยอนกำลังพายุนโฮเดินลงบันไดไปนั้น ชั่ววินาทีนั้น  มือของยุนโฮที่ถูกปล่อยเป็นอิสระอยู่ข้างหนึ่งกลับขยับมาคว้าเอามือของแจจุง........ไป...จับไว้ซะแน่น


 

 

TBC.


 

 

 


 

 

 

 

 

 

งวดนี้เค้ามาเร็ว     เพราะคอมเม้นท์พาร์ทที่แล้วนะจะบอกให้  ฮ่าๆๆๆๆ

ออกแนวมีกำลังใจอะไรแบบนี้  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ   บายค่ะ (มาเร็ว ไปเร็ว)